Home » การเปิดอาณาจักร Bitkub ของ ‘ท๊อป จิรายุส’ ในตลาดหุ้น
การเปิดอาณาจักร Bitkub ของ 'ท๊อป จิรายุส' ในตลาดหุ้น

ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เผยแพร่ถึงจุดหมายที่สำคัญของบริษัท ในการเป็น ‘พรอกซี่ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับโลกการเงินแห่งอนาคต

โดยได้รับใบอนุญาติประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน และการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศไทยและฮ่องกง ทำให้เป็นเจ้าของความเชื่อถือได้อย่างยิ่งใหญ่ในวงการการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

ท๊อป จิรายุส มองเห็นว่าในอนาคตตลาดการเงินจะยิ่งกว้างขึ้น จนกลายเป็น “เมนสตรีม” หรือช่องทางหลักในโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินในอนาคต โดยไม่ใช่ตลาดเล็กที่บางกลุ่มเท่านั้นที่รู้จัก

หลังจากที่มีสถาบันการเงินเข้ามาให้ความสนใจและเปิดให้สมัคร รวมทั้งภาครัฐเองก็มีนโยบายส่งเสริมการโทเคนไนซ์ ทำให้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับบิทคับ ในการเติบโตและขยายธุรกิจไปสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลแอคเซสระดับภูมิภาค

เป้าหมายในครั้งนี้ของท๊อป จิรายุส คือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลงทุน หลังจากที่มีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการ

ซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญในการทำให้บิทคับสามารถเจริญเติบโตได้ไกลกว่าเดิม ด้วยการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจไปสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลแอคเซสระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับบิทคับในการแข่งขันในตลาดการเงินดิจิทัลในอนาคต

บริษัทบิทคับแคปปิตอลกรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัด หรือที่รู้จักกันในนามของบิทคับ ได้มีการเติบโตอย่างมหาศาลในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ด้วยทุนจดทะเบียนปัจจุบันที่มีมูลค่า 74,154,380 บาท

โดยบริษัทแม่ได้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนเป็นตัวนำในตลาดการเงินดิจิทัล มีบริษัทลูกจำนวน 11 บริษัท โดยมี 7 บริษัทที่ดำเนินการเต็มรูปแบบและอีก 4 บริษัทที่รอใบอนุญาตเพื่อดำเนินธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้านผลการดำเนินงานในปีงบประมาณล่าสุด 2565 ถึงแม้จะเป็นปีที่ตลาดคริปโทมีการลดลง แต่บิทคับก็ยังคงสร้างกำไรได้ โดยมีรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 1,744 ล้านบาท แม้ว่ามีการลดลงลงถึง 24.42% จากปีก่อนหน้า แต่มีกำไรสุทธิมากถึง 1,322 ล้านบาท เป็นการยืนยันความคงทนและความแข็งแกร่งของบิทคับในตลาดที่มีความผันผวนในปัจจุบัน

บิทคับ เป็นหนึ่งในบริษัทที่เรียกได้ว่าพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับเทรนด์ในอนาคตอยู่เสมอ โดยทิศทางของกลุ่มบิทคับปีนี้จะมุ่งเน้นที่เรื่องประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรตัวเองอย่างเต็มที่

นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในอนาคต ทั้งนี้ ปีนี้ก็ไม่แตกต่างกัน

โดยพร้อมที่จะประกาศผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงเอ็กซ์เชนจ์ AI, เมตาเวิร์ส, อคาเดมี่ และการลงทุนในภูมิภาคของบิทคับเวนเจอร์ การทำนุบที่ชัดเจนและการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ นี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มลูกค้าและตลาดในการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว