Home » การยุติอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ)
การยุติอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ)

ในวันอังคารที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศสิ้นสุดระยะเวลา 8 ปีของอัตราดอกเบี้ยติดลบและนโยบายนอกรีตอื่น ๆ ที่เคยใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประวัติศาสตร์และมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

เดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เน้นไปที่การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เน้นไปที่การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นหลายทศวรรษ

ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของญี่ปุ่นในรอบ 17 ปี แต่ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยที่ศูนย์เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบางบีบให้ธนาคารกลางต้องชะลอการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มเติม นักวิเคราะห์กล่าว

การเปลี่ยนแปลงนี้จึงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดและอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคต การวิเคราะห์และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในสภาวะตลาดเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงและปรับตัวต่อสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นทำให้ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) เป็นธนาคารกลางแห่งสุดท้ายที่จะยุติการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญทั้งในเชิงการเงินและการเศรษฐกิจของโลก

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ BOJ เป็นธนาคารกลางสุดท้ายที่ปรับนโยบายในทิศทางที่เป็นมาตรฐาน และยุติยุคที่ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกพยายามกระตุ้นการเติบโตด้วยเงินราคาถูกและเครื่องมือทางการเงินที่แหวกแนว

เฟรเดริก นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ HSBC ในฮ่องกงได้กล่าวว่า “วันนี้ BOJ ได้ดำเนินก้าวแรกเบื้องต้นไปสู่การปรับนโยบายให้เป็นมาตรฐาน” แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการนโยบายการเงินของ BOJ

การยกเลิกอัตราดอกเบี้ยติดลบโดยเฉพาะเป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นของ BOJ ว่าญี่ปุ่นได้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดแล้ว และอาจเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบให้กับตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในอนาคต

ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ได้รายงานว่า BOJ ได้กำหนดอัตราการโทรข้ามคืนให้เป็นอัตรานโยบายใหม่และตัดสินใจแนะแนวให้อยู่ในช่วง 0-0.1% โดยบางส่วนจะมีการจ่ายดอกเบี้ย 0.1% ให้กับเงินฝากที่ธนาคารกลาง

นอกจากนี้ BOJ ยังละทิ้งการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (YCC) ซึ่งเป็นนโยบายที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ที่ระดับศูนย์

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อการเงินและเศรษฐกิจของประเทศ โดยส่งผลให้ระดับอัตราดอกเบี้ยที่ญี่ปุ่นมีการปรับเปลี่ยน และเป็นการยืนยันถึงการปรับนโยบายเพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ยั่งยืน