Home » ความแตกต่างของ การออม VS. การลงทุน

การออมหมายถึง

การเก็บเงินหรือรวมเงินที่เหลือจากรายได้หลังจากหักรายจ่ายทั้งหมดแล้ว เป็นกระบวนการทางการเงินที่สำคัญเพื่อมีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือเพื่อการใช้ในอนาคต การออมส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่มีเหลือหลังจากการจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยการเพิ่มรายได้หรือลดรายจ่ายสามารถช่วยเพิ่มส่วนเงินที่สามารถออมได้ นอกจากนี้การมีการวางแผนการเงินเพื่อควบคุมรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสในการออมเงิน

วิธีเพิ่มเงินออมได้มีหลายทาง เช่น การพยายามทำงานเพิ่มเติมหรือหางานพิเศษ เพิ่มทักษะและความสามารถทำงาน เพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงการปรับปรุงการจัดการเวลาและทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การลดรายจ่ายย่อมทำให้มีเงินเหลือมากขึ้นเพื่อนำมาออม การรู้จักควบคุมการใช้จ่ายและเลือกใช้เงินอย่างมีสติสามารถช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มมูลค่าของการออมเงินที่ได้ ดังนั้นการออมเป็นแนวทางที่สำคัญในการบริหารการเงินเพื่อมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ข้อดี :

– สภาพคล่องสูง สามารถถอนมาเป็นเงินสดได้ไม่ยาก เหมาะไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

– ง่าย เหมาะกับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ใครก็ออมได้

– เครียดน้อยกว่า ไม่ต้องเฝ้าระวังสภาวะตลาด

ข้อเสีย :

– ผลตอบแทนต่ำถ้าเทียบกับการลงทุน รอนานกว่าเงินจะเพิ่ม

– ผลตอบแทนตามที่สถาบันการเงินกำหนดเท่านั้น

– เสียโอกาสในการทำกำไรที่สูงขึ้น ในกรณีที่คน ๆ นั้นสามารถรับความเสี่ยงได้

การลงทุนหมายถึง

การนำเงินหรือทรัพย์สินที่มีมาใช้ในทางที่มีโอกาสทำให้เกิดผลตอบแทนหรือกำไรในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มากกว่าการออม ซึ่งนักลงทุนมักมองหาโอกาสที่จะทำให้เงินลงทุนเติบโตมากขึ้นการลงทุนสามารถทำได้ในหลายทาง เช่น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลาดหุ้น), การลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจเริ่มต้น หรือการลงทุนในเครื่องมือการเงินอื่น ๆ เช่น พันธบัตรหรือเงินตราต่างประเทศ การลงทุนมีระดับความเสี่ยงต่าง ๆ และผลตอบแทนที่เป็นไปได้หลายรูปแบบ เช่น กำไรจากการขายหลักทรัพย์ ดอกเบี้ยจากการลงทุนในตราสารหนี้ หรือผลตอบแทนจากกองทุนรวมการลงทุนมีความสำคัญในการบริหารการเงิน เพราะมีศักยภาพในการสร้างความร่ำรวยและเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว

ข้อดี :

– มีโอกาสได้กำไรสูง ๆ ถ้าลงทุนถูกที่ ถูกจังหวะ ก็เป็นเศรษฐีได้ไวขึ้น

– การลงทุนบางประเภทให้อำนาจในการจัดการสินทรัพย์ เช่น ธุรกิจส่วนตัว อสังหาฯ

– บางอย่างหักลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

ข้อเสีย :

– ถ้าคาดการณ์ผิด ผลตอบแทนอาจต่ำกว่าการออม หรืออาจจะขาดทุน

– ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ต้องมีความรู้ในสินทรัพย์นั้นมากพอก่อนตัดสินใจ

– มักมีสภาพคล่องต่ำกว่าการออม เปลี่ยนกลับมาเป็นเงินได้ยาก