Home » อัตราปันผลของหุ้น SCB TTB และ TISCO ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น
อัตราปันผลของหุ้น SCB TTB และ TISCO ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น

ในรอบครึ่งปีหลังจากปี 2566 ธนาคารชั้นนำของประเทศไทยได้ประกาศการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 5 บาท ซึ่งรวมทั้งปีอยู่ที่ 7 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 3.5% และ Dividend Payout ที่ 32%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมายรับสิทธิ (XD) วันที่ 23 เม.ย. 2567

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 6 บาท ซึ่งรวมทั้งปีอยู่ที่ 6.5 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 4.8% และ Dividend Payout ที่ 37%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เม.ย. 2567

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 1.75 บาท ซึ่งรวมทั้งปีอยู่ที่ 3 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 3.4% และ Dividend Payout ที่ 47%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 เม.ย. 2567

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 0.868 บาท โดยไม่มีการจ่ายปันผลในครึ่งปีแรก
  • รวมทั้งปีอยู่ที่ 0.868 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 5.4% และ Dividend Payout ที่ 33%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เม.ย. 2567

บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 7.84 บาท
  • รวมทั้งปีอยู่ที่ 10.34 บาท จากครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 2.5 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 7.0% และ Dividend Payout ที่ 80%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เม.ย. 2567

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 5.75 บาท
  • รวมทั้งปีอยู่ที่ 7.75 บาท จากครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 2 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 5.7% และ Dividend Payout ที่ 85%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 เม.ย. 2567

ธนาคารทีทีบีธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB

  • ประกาศจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 0.055 บาท
  • รวมทั้งปีอยู่ที่ 0.105 บาท จากครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 0.05 บาท
  • Dividend Yield อยู่ที่ 3.0% และ Dividend Payout ที่ 55%
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เม.ย. 2567

ในมุมมองการลงทุนหุ้น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีแนวโน้มที่ชัดเจนในการเติบโตของกำไร โดยเน้นไปที่คุณภาพของสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและการสำรองหนี้สูญที่สูง

โดยเฉพาะในการลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น สินเชื่อสถาปัตยกรรม สินเชื่อระหว่างธนาคาร และบริการทางการเงินอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ธนาคารมีความเชื่อมั่นในการเติบโตของกำไรในอนาคตอย่างมั่นคง

การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและมีการบริหารจัดการที่ดีช่วยเสริมสร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรและการเติบโตของธนาคารในระยะยาว