Home » IMF เตือนเศรษฐกิจรัสเซียเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก
IMF เตือนเศรษฐกิจรัสเซียเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International mutual funds) เป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดทั่วโลก โดยไม่จำกัดเฉพาะในตลาดหุ้นหรือตลาดสินทรัพย์ของประเทศเดียว

การลงทุนในกองทุนการเงินระหว่างประเทศช่วยให้นักลงทุนสามารถดำเนินการลงทุนในหลากหลายประเทศและตลาดโดยมีความเสี่ยงที่กระจายออกไปในระดับที่สูงขึ้น

นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถเลือกกองทุนตามวัตถุประสงค์และความเสี่ยงที่พร้อมรับได้ บางกองทุนอาจเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นของหลายประเทศ ในขณะที่อื่นอาจเน้นในตลาดสินทรัพย์ระหว่างประเทศหรือตลาดเงินตราหรือสินทรัพย์อื่น ๆ

การลงทุนในกองทุนการเงินระหว่างประเทศมีข้อดีและความเสี่ยง เช่นเดียวกับการลงทุนใด ๆ ข้อดีอาจรวมถึงการกระจายความเสี่ยงที่มากขึ้นเนื่องจากความหลากหลายของการลงทุน แต่ความเสี่ยงก็อาจมีการเพิ่มขึ้นด้วย

ก่อนลงทุนในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนนั้น ๆ รวมถึงวัตถุประสงค์การลงทุน ค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานย้อนหลัง และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุนนั้น ๆ ด้วย

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ออกมาเตือนว่า เศรษฐกิจในรัสเซียตอนนี้ ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ ถึงแม้ว่า IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจรัสเซียเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม

เศรษฐกิจรัสเซียสามารถฟื้นตัวได้อย่างเหนือความคาดหมาย แม้เผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรหลายระลอกจากชาติตะวันตกเป็นเวลานานเกือบ 2 ปีนับตั้งแต่ที่รัสเซียส่งทหารเข้าทำสงครามในยูเครน

ในช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมานั้น IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2567 ขึ้นเป็นสองเท่า โดยระบุว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะขยายตัวถึง 2.6% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมอยู่ที่ระดับ 1.1% เท่านั้น

สิ่งที่กำลังบอกเราก็คือ นี่เป็นเศรษฐกิจสงคราม (war economy) เมื่อคุณมองดูที่รัสเซียในขณะนี้ คุณจะเห็นการผลิตด้านการทหารที่เพิ่มขึ้น แต่การอุปโภคบริโภคอ่อนแอลง ซึ่งสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในยุคสหภาพโซเวียต

นั่นคือการผลิตอยู่ในระดับสูง แต่การอุปโภคบริโภคอยู่ในระดับต่ำ นางกอร์เกียวากล่าวกับผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีบนเวทีประชุม “World Governments Summit” ซึ่งจัดขึ้นที่นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การใช้จ่ายด้านการทหารของรัสเซียพุ่งขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สงครามในยูเครนเปิดฉากขึ้น โดยในเดือนพ.ย. 2566 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้อนุมัติเงินงบประมาณที่เพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารขึ้นสู่ระดับถึง 30% ของการใช้จ่ายด้านการคลัง และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นถึง 70% ในปี 2567 จากระดับของปี 2566

นอกจากนี้ ข้อมูลที่นักวิชาการด้านการอพยพถิ่นฐานรวบรวมได้ในเดือนต.ค. 2566 พบว่า มีประชาชนกว่า 800,000 คนอพยพออกจากรัสเซีย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นคนงานที่มีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์และไอที