Home » หลังแบงก์ชาติประกาศลดค่าเงิน ปอนด์อียิปต์ร่วง
หลังแบงก์ชาติประกาศลดค่าเงิน ปอนด์อียิปต์ร่วง

Flag of Egypt

ข้อมูลที่ให้มาเป็นการรายงานเกี่ยวกับค่าเงินปอนด์อียิปต์ที่ลดลงอย่างสำคัญ เมื่อถึงระดับต่ำสุดที่เคยมี ณ 42 ปอนด์อียิปต์ต่อดอลลาร์ ซึ่งเกิดขึ้นในเวลา 15:35 น. (6 มีนาคม) ตามเวลาไทย โดยมีความแตกต่างจากอัตราที่มีมาตลอดปีที่ผ่านมาที่ราว 30.9 ปอนด์อียิปต์ต่อดอลลาร์

การปรับอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางและการปล่อยตลาดให้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสัญญาณที่สำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดการเงินและการเศรษฐกิจของประเทศนี้

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดพิเศษและการปล่อยตลาดเป็นตัวกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสามารถมีผลกระทบต่อการเงินและการลงทุนในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงในค่าเงินสกุลเงินอาจส่งผลต่อการค้าส่งและการลงทุนของประเทศในระยะยาวด้วย

ความเสถียรของค่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการค้าส่ง การลงทุน และการเงินในท้องถิ่นและระหว่างประเทศ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในมุมมองทั้งด้านบวกและด้านลบตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในท้องถิ่นและในระดับโลก

การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอียิปต์เพิ่มขึ้นเป็น 27.25% เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากมันส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของประเทศ การปรับอัตราดอกเบี้ยใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญเพื่อควบคุมการกระจายเงินตราสกุลแข็งและการลงทุนในประเทศ

การออกแถลงการณ์เกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างเอกภาพในอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมันส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดที่เกี่ยวข้องกับประเทศนี้ การสร้างเอกภาพที่เสถียรและมั่นคงในอัตราแลกเปลี่ยนสามารถช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดที่ลงทุนและการค้าขายกับประเทศนี้ได้

การมองหาวิธีบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเงินตราสกุลแข็งอย่างรุนแรงและการขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการแก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซับซ้อนของประเทศนี้

การรับเงินกู้จาก IMF อาจช่วยเพิ่ม likeliness ของการปรับสภาพเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้นในระยะยาวโดยเฉพาะในการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเงินตราสกุลแข็ง และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตลาดและนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเทศนี้ได้ในระยะยาว

การลดค่าเงินทำให้ปอนด์อียิปต์มีมูลค่าใกล้เคียงกับในตลาดมืดท้องถิ่นมากขึ้น ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นที่ราว 45 ปอนด์อียิปต์ต่อดอลลาร์ การกระตุ้นจาก IMF ให้อียิปต์ควบคุมนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกือบ 30% และให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

คณะกรรมการนโยบายการเงินกล่าวว่า “ได้ตัดสินใจเร่งกระบวนการคุมเข้มทางการเงิน เพื่อเร่งให้เงินเฟ้อลดลงเร็วขึ้น และทำให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลง” นี่เป็นการดำเนินการที่มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมการเงินเพื่อลดการเฟ้อเงินในระดับพื้นฐาน ซึ่งเป็นวิธีการที่พอได้ในการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจและควบคุมการเงินในท้องถิ่นและระดับโลกในระยะยาวโดยเฉพาะในเงื่อนไขที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น