Home » กลยุทธ์การลงทุน ERAA

กลยุทธ์การลงทุน ERAA™ นำทฤษฎี Modern Portfolio Theory (MPT) ที่ได้รับรางวัล Nobel สาขาเศรษฐศาสตร์มาพัฒนาเพื่อให้การบริหารพอร์ตการลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ ERAA™ ได้พิจารณาถึงปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผลตอบแทนของการลงทุนการพัฒนา ERAA™ ทำให้ครอบคลุมถึงปัจจัยภายนอก (Externalities) ที่สามารถมีผลต่อการลงทุนได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ MPT ไม่ได้คำนึงถึงอย่างเพียงพอ

ERAATM ยังพยายามที่จะตอบสนองต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ของแต่ละสินทรัพย์ ทำให้ ERAA™ เป็นกลยุทธ์ที่คำนึงถึงเหตุการณ์และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการลงทุนอย่างครอบคลุมด้วยความคิดนี้ ERAA™ ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการบริหารพอร์ตการลงทุนที่ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความผันผวนและความเสี่ยง แต่ยังคำนึงถึงปัจจัยภายนอกที่สามารถมีผลต่อการลงทุนและปรับตัวให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4 หลักการของ ERAA™

  • การปรับ Asset Allocation ตามภาวะเศรษฐกิจ
  • การจัดการความเสี่ยง
  • ช่องว่างของมูลค่า
  • การจัดการความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละสินทรัพย์

ภาวะเศรษฐกิจ (Economic Regime) ทั้ง 4 แบบ มีอะไรบ้าง

Good Times: เศรษฐกิจเติบโต, เงินเฟ้อต่ำ

เมื่อเศรษฐกิจมีการเติบโตและมีอัตราการเงินเฟ้อต่ำ นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจขณะนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาจากภาวะ Recession ทำให้เศรษฐกิจมีความต้องการเพิ่มสินค้าและบริการซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการเติบโต

Inflationary Growth: เศรษฐกิจเติบโต, เงินเฟ้อสูง

เมื่อเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงจุดหนึ่ง อัตราเงินเฟ้อมักจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความต้องการจากประชากรที่มีรายได้มากขึ้น การเพิ่มจำนวนเงินในระบบโดยไม่มีการเพิ่มปริมาณของสินค้าและบริการให้พอดี อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

Stagflation: เศรษฐกิจถดถอย, เงินเฟ้อสูง

เมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นและไม่ได้รับการควบคุมหรือเกินควบคุม ส่วนมากจะทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้การเติบโตที่แท้จริง (Real Growth) เป็นลบ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มูลค่าของเงินลดลง นำไปสู่การเสื่อมค่าของการซื้อซื้อสินค้าและบริการ

Recession: เศรษฐกิจถดถอย, เงินเฟ้อต่ำ

ภาวะ Recession เป็นช่วงที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง เนื่องจากความไม่มั่นคงในเศรษฐกิจ ผู้บริโภคมักลดการใช้จ่ายหรือการซื้อสินค้าและบริการลง เนื่องจากความไม่มั่นคงนี้ ธุรกิจมีความจำเป็นต้องปรับตัวลดลงเพื่อให้สามารถทำนองได้กับการเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อของผู้บริโภค