Home » ความผันผวนในเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย
ความผันผวนในเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

ภาพรวมของการค้าสินค้าเกษตรของประเทศไทยในปี 2566 โดยเน้นไปที่การลดลงของมูลค่าการค้ารวมเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า 2565 และความสำคัญของไทยในการค้าส่งเกษตรกับโลก โดยเน้นไปที่บทบาทของไทยในการค้าส่งเกษตรและความสำคัญของการต่อสู้ความผันผวนในเศรษฐกิจโลก

ความสำคัญของไทยในการค้าส่งเกษตรกับประเทศคู่ค้าหลักที่ได้ทำสัญญา FTA กับไทย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี อินเดีย และฮ่องกง โดยเน้นไปที่การเติบโตที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องในการค้าส่งเกษตรของไทยโดยไม่พิจารณาประเทศสมาชิกอาเซียน

ในปี 2566 การค้าสินค้าเกษตรของไทยกับประเทศคู่ค้าทั้ง 9 ประเทศที่ได้ทำสัญญา FTA ได้แสดงอัตราการเจริญเติบโตที่มีผลกระทบบวกอย่างมหาศาลจากปี 2565 โดยมีการเจริญเติบโตถึง 3.25% หรือมูลค่าเพิ่มเติมถึง 1.01 ล้านล้านบาท

ซึ่งส่งผลให้ไทยได้เปรียบดีขึ้นในการค้าสินค้าเกษตรกับประเทศคู่ค้าเหล่านี้ โดยมีมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่า 7.70 แสนล้านบาท และมูลค่านำเข้ามูลค่า 2.40 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้ไทยเป็นผู้ดุลการค้าสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทยได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย และออสเตรเลีย โดยมีสินค้าที่ไทยส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ ทุเรียน, ไก่ปรุงแต่ง, ยางธรรมชาติ, มันสำปะหลัง และชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่แช่แข็ง

ภาพรวมข้างต้นแสดงถึงความสำเร็จในการค้าสินค้าเกษตรของไทยในปี 2566 โดยที่ไทยเป็นฝ่ายที่มีการเจริญเติบโตและมีส่วนร่วมที่สำคัญในการค้าสินค้าเกษตรของภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลกและสร้างโอกาสทางการค้าอย่างมากให้กับเกษตรกรและภาคธุรกิจเกษตรอื่นๆในประเทศไทย

“แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนจากภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงไม่สามารถ หาข้อสรุปได้ในหลายพื้นที่ ทำให้การส่งออกสินค้าในภาพรวมมีอัตราการเติบโตที่ลดลง แต่สินค้าเกษตรของไทยก็ยังคงสามารถเติบโตและสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างได้ต่อเนื่อง ” 

อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรไทยยังคงต้องยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกที่ยังคงมีการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่หลายๆ ประเทศนำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการนำเข้าสินค้าเกษตร ทั้งนี้หากผู้ผลิต/ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตได้ ก็อาจสูญเสียโอกาสทางการค้าในตลาดโลก