Home » พัฒนาการด้านทักษะทางการเงินคืออะไร?

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ทักษะทางการเงิน” (financial literacy) และอาจเข้าใจว่า คนที่มีทักษะทางการเงินที่ดีหมายถึงคนที่มีความรู้ความเข้าใจในแนวคิดทางการเงิน และมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ทักษะทางการเงินที่ดีจะต้องมีหลายองค์ประกอบ ทั้งความสามารถทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน ความตระหนักรู้

  • การมีความรู้ทางการเงินที่ดี (Financial knowledge)
  • การมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดี (Financial behavior)
  • การมีทัศนคติทางการเงินที่ดี (Financial attitude)

คนไทยมีพัฒนาการด้านทักษะทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกช่วงวัย

การสำรวจระดับทักษะทางการเงินของคนไทยโดย ธปท. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ทักษะทางการเงินของคนไทยในทุกช่วงวัยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016–2020 และมีลักษณะเป็น hump shape กล่าวคือ คนมักเพิ่มพูนทักษะทางการเงินตามอายุที่มากขึ้น และจะเริ่มมีทักษะที่แย่ลงเมื่อมีเข้าสู่วัยสูงอายุ (รูปที่ 1) ทั้งนี้ จากภาพรวมการสำรวจระดับทักษะทางการเงินครั้งล่าสุดของไทยเมื่อปี 2020 พบว่าทักษะทางการเงินของคนไทยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 71 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการสำรวจของกลุ่มประเทศ OECD ที่ร้อยละ 60.5 แต่ถึงแม้ไทยจะมีค่าเฉลี่ยคะแนนที่ค่อนข้างสูงโดยเปรียบเทียบ แต่ก็ยังมีหลายด้านที่ควรต้องส่งเสริม

3 สิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • วิธีคำนวณดอกเบี้ยและเงินฝากทบต้น
  • วิธีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
  • ความเข้าใจและการตระหนักในมูลค่าของเงินตามกาลเวลา

ซึ่ง 3 สิ่งนี้นับเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางการเงินส่วนบุคคลและครัวเรือนนอกจากนี้ หากพิจารณาในด้านพฤติกรรมทางการเงินของคนไทยจะพบว่า คนไทยยังคงด้อยในเรื่องการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนการเลือกซื้อ/ใช้บริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

คนส่วนใหญ่เรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะทางการเงินกันอย่างไร

คนส่วนใหญ่มักเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะทางการเงินผ่านทางต่าง ๆ ต่อไปนี้:

1. ประสบการณ์ส่วนตัว: การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางการเงินในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการรายได้, รายจ่าย, การออม, การลงทุน ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ

2. การศึกษา:การอ่านหนังสือ, บทความ, หรือเข้าร่วมคอร์สเรียนที่เกี่ยวกับการเงิน เพื่อเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานและก้าวหน้าในด้านการเงิน

3. การใช้เทคโนโลยี: การใช้แอปพลิเคชันทางการเงิน, เว็บไซต์, หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่ช่วยในการบริหารจัดการการเงินและวางแผนการเงิน

4. การเรียนรู้จากครอบครัวและเพื่อน:การแลกเปลี่ยนความรู้กับครอบครัวหรือเพื่อนร่วมสมัยที่มีประสบการณ์ทางการเงิน

5. งานศึกษาและอบรม:การเข้าร่วมงานศึกษา, สัมมนา, หรืออบรมทางการเงินที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่เชี่ยวชาญ

6. การเรียนรู้ผ่านสื่อ:การติดตามข้อมูลทางการเงินผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์, โทรทัศน์, หรือสื่อออนไลน์

การเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะทางการเงินนั้นเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต โดยการผสมผสานทางปฏิบัติและการศึกษาจะช่วยให้คนพัฒนาทักษะทางการเงินได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการจัดการและตัดสินใจทางการเงินในชีวิตประจำวันของตนเอง