Home » 4 ทักษะด้านการเงินที่คนไทยควรรู้
4 ทักษะด้านการเงินที่คนไทยควรรู้

1.การทำงานอย่างฉลาดเพื่อเพิ่มรายได้มีความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการเรื่องการเงินของตนเอง นี่คือบางวิธีที่คุณสามารถพัฒนาและเพิ่มรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การพัฒนาทักษะและการศึกษา: การเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์สามารถช่วยเพิ่มคุณค่าและรายได้ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรียนรู้ทักษะด้านการเขียน การตลาด หรือการโปรแกรมมิ่ง เทคโนโลยี และอื่นๆ
  • การทำงานพาร์ทไทม์: หากเวลาของคุณยังไม่เต็มร้อย คุณสามารถทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเพิ่มรายได้เสริมได้ เช่น งานออนไลน์ ซึ่งสามารถทำที่บ้านได้ เช่น การเขียนบทความ งานออกแบบ เขียนโค้ด หรือการทำงานอิสระอื่นๆ
  • การลงทุนในตลาดทุน: การลงทุนในตลาดทุนหรือตลาดอสังหาริมทรัพย์ เช่นการลงทุนในกองทุนรวมหรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจช่วยเพิ่มรายได้และสร้าง passive income ให้กับคุณ
  • การสร้างธุรกิจของตัวเอง: การสร้างธุรกิจของตัวเองหรือเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์สามารถเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างรายได้ passsive income และเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต
  • การลงทุนในการศึกษาตนเอง: การลงทุนในความรู้และการศึกษาตนเองเช่นการเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน การบริหารจัดการการเงิน หรือการพัฒนาทักษะการสื่อสารสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและรายได้ในอนาคตได้

2.การใช้จ่ายอย่างฉลาดและการบริหารค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามีความเสถียรทางการเงินและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตได้ดีขึ้น นี่คือบางแนวทางที่สามารถช่วยให้เราจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

  • จัดทำงบประมาณ: การวางแผนงบประมาณที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการบริหารค่าใช้จ่าย ให้คำนึงถึงรายได้และรายจ่ายทั้งหมด เพื่อให้เราสามารถรับรู้ถึงระดับการใช้จ่ายของเราและวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างมั่นคง
  • บันทึกรายรับและรายจ่าย: การบันทึกรายรับและรายจ่ายทุกๆ เดือนช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการเงินของเราได้อย่างชัดเจน และช่วยให้เราทราบถึงแนวโน้มของค่าใช้จ่ายและการเงินของเรา
  • ปรับปรุงแผนการเงิน: จากการที่เราทราบถึงรายรับและรายจ่ายของเราอย่างชัดเจน เราสามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยนแผนการเงินในทิศทางที่เหมาะสมตามสถานการณ์ได้
  • การจัดการภาษี: การทราบถึงกฎหมายภาษีและการจัดการภาษีอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ โดยในบางกรณีการใช้ประโยชน์จากบริการที่เสริมภาษี เช่น การลงทุนในกองทุนรวมหรือการลงทุนในกองทุนการเงินส่วนบุคคล อาจช่วยลดภาระภาษีได้
  • การลงทุนในความรู้: การศึกษาเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์ในการบริหารค่าใช้จ่ายและการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

3.การเก็บออมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามีความมั่นคงในเรื่องการเงินและเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน การทำออมเป็นอัตโนมัติและการออมก่อนใช้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการบริหารจัดการเงินของเรา นี่คือสรุปแนวคิด

  • การออมควรทำให้เป็นอัตโนมัติ: การตั้งค่าเสียงเพื่อให้เงินหักออกจากเงินเดือนอัตโนมัติและเข้าสู่บัญชีออมทรัพย์ เช่น บัญชีเงินฝากประจำหรือกองทุนรวม จะช่วยให้เรามีการเก็บเงินอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพยายามเอง
  • การออมก่อนใช้: หลักการนี้เรียกว่า “จ่ายตังค์ก่อน” หรือ “Pay Yourself First” คือการตัดส่วนของรายได้เพื่อเก็บเงินก่อนที่เราจะใช้เงินไปในค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การหักเงินออกจากรายได้เพื่อเก็บออมเป็นอัตราส่วนที่เรากำหนดไว้จะช่วยให้เรามีเงินสำหรับฉุกเฉินและการลงทุนในอนาคต
  • การสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน: เงินสำรองฉุกเฉินเป็นเงินที่เก็บไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การซ่อมบำรุงฉุกเฉิน หรือการเงินในกรณีของการสูญเสียงาน การเริ่มต้นที่ 6 เดือนของรายจ่ายประจำช่วยให้เรามีความมั่นใจในเรื่องการเงินในสถานการณ์ฉุกเฉิน

4.การลงทุนเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเสริมสร้างทรัพย์สินและเพิ่มมูลค่าของเงินที่เรามี โดยมีหลายประเภทของการลงทุนที่สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์และความเสี่ยงที่เราพร้อมรับ:

  • การลงทุนในหุ้นและตลาดทุน: การลงทุนในหุ้นและตลาดทุนเป็นวิธีที่มีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย
  • การลงทุนในกองทุนรวม: กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนอย่างมีความเสี่ยงน้อยกว่า โดยมีผู้จัดการที่มีความเชี่ยวชาญดูแลและบริหารกองทุน
  • การสร้างรายได้ passsive income: การลงทุนในทรัพย์สินที่สร้างรายได้ passsive income เช่น เช่าอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือการลงทุนในธุรกิจออนไลน์ เป็นต้น