Home » อ่านงบการเงินเป็นเห็นภาพธุรกิจชัดแน่นอน

การอ่านงบการเงินเป็นกระบวนการที่สำคัญในการทำให้เราเข้าใจภาพรวมของธุรกิจหรือองค์กร มันเป็นเหตุผลสำคัญที่บัญชีเล่มเดียวนี้มีความสำคัญ โดยเฉพาะในภาวะการเงินปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของธุรกิจ SME (Small and Medium-sized Enterprises) นั้นเอง

ข้อมูลที่ถูกต้องในงบการเงินเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะสะท้อนภาพปัจจุบันและแนวโน้มอนาคตของธุรกิจ การทำงานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจฐานะการเงินของตนเองอย่างละเอียด แต่ยังช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การวางแผนธุรกิจ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ หรือการขยายธุรกิจ

การจัดทำบัญชีที่ดีทำให้ข้อมูลทางการเงินเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจ แม้ว่าข้อมูลทางการเงินจะสะท้อนสถานะทางการเงินในอดีต แต่มันยังสามารถทำนายแนวโน้มและช่วยในการวางแผนเพื่อตอบรับสถานการณ์ปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ บัญชีเล่มเดียวยังช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน และส่งเสริมความโปร่งใสในกระบวนการบริหารธุรกิจ ซึ่งสามารถเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยหากมีปัญหาหรือความไม่ปกติทางการเงิน

ในท้ายที่สุด การทำงานนี้ทำให้ SME สามารถนำข้อมูลการเงินไปใช้ในการกู้ยืมเงินหรือขอสนับสนุนจากสถาบันการเงินได้อย่างมั่นใจ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้นั้นถือเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปให้สัมภาษณ์กับผู้ให้สินเชื่อหรือพันธมิตรธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านงบการเงินขาด เพื่อคุณภาพของธุรกิจ
เรื่องการประมวลผลข้อมูลทางการเงิน คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักบัญชีไป แต่ในฐานะเจ้าของธุรกิจ SME มีหน้าที่อ่านงบการเงิน ตั้งคำถาม และมองภาพธุรกิจให้ออก

ยกตัวอย่างเช่น งบแสดงฐานะการเงินระบุว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนเร็ว 8,550,000 บาท มีหนี้สินหมุนเวียน 2,700,000 บาท หากดูตัวเลขเพียงผิวเผิน เหมือนบริษัทจะมีสภาพคล่อง แต่ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ต้องระมัดระวัง หากสามารถบริหารการเก็บเงินลูกหนี้การค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงจะจัดว่าสภาพคล่องธุรกิจอยู่ในโซนปลอดภัย

แต่ถ้าจะอ่านข้อมูลให้ลึกกว่านั้น ให้ดูสินทรัพย์ 2 ตัว คือ เงินสดและเงินฝากธนาคาร แล้วเปรียบเทียบกับหนี้สิน หากหนี้สินมากกว่า ธุรกิจก็มีความเสี่ยง หากสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน ก็อย่าเพิ่งประมาท ต้องดูให้รอบคอบว่าหนี้สินหมุนเวียนนั้นได้รวมต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) แล้วหรือไม่ เพราะนั่นคือเงินที่ต้องจ่ายออกไปในอนาคต

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เจ้าของธุรกิจมักจะดูสรุปผลการดำเนินงานและฐานะการเงินปีละ 1 ครั้ง เพราะกฎหมายกำหนดให้บริษัทปิดบัญชีเป็นประจำปี แต่ถ้าต้องการคุณภาพในการบริหารงานแล้ว กูรูกล่าวว่า การพิจารณาข้อมูลทางการเงินเป็นรายปีอาจยังไม่เพียงพอ หากเป็นไปได้ควรดูเป็นประจำเดือน หรืออย่างน้อยเป็นรายไตรมาส เรียกว่ายิ่งถี่ ยิ่งดีนั่นเอง