Home » การลงทุนหุ้นต่างประเทศของ บริษัท ตีแตก จำกัด
การลงทุนหุ้นต่างประเทศของ บริษัท ตีแตก จำกัด

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ได้จัดตั้งบริษัท ตีแตก จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท เป็นบริษัทโฮลดิงที่มุ่งเน้นในการลงทุนในหุ้นและทรัพย์สินอื่นๆ มีกรรมการบริษัททั้งหมด 3 คน ได้แก่ ดร. นิเวศน์ เอง ภรรยาของเขา และลูกสาวของเขา ซึ่งจะมีผลในการบริหารบริษัทและการตัดสินใจในการลงทุนแต่ละประเภทของบริษัท 

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การลงทุนในต่างประเทศเกิดประเด็นเรื่องภาษีที่เพิ่มขึ้น โดยบุคคลธรรมดาในประเทศไทยที่ได้รับกำไรจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้

ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมสรรพากรได้ยกเว้นภาษีหากเงินได้ไม่ถูกโอนกลับประเทศไทยภายในปีที่เกิดเงินได้ ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นต่างประเทศถือกำไรข้ามปีแล้วค่อยโอนเงินกลับมา เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี

แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 67 กรมสรรพากรได้แจ้งว่าไม่ว่าจะโอนกลับประเทศไทยปีใด เงินได้ก็ต้องถูกคำนวณภาษี ซึ่งภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาอาจต้องเสียมากสุดถึง 35% เทียบกับภาษีนิติบุคคลที่ต้องเสียในอัตรา 20% เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อยอดการลงทุนในต่างประเทศและกิจกรรมภาคธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว

ดังนั้น การจัดตั้งบริษัทนี้มีจุดประสงค์หนึ่งในการบริหารจัดการเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศ โดยการใช้บริษัทเป็นเครื่องมือในการลดภาระภาษีจากการลงทุนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นการลงทุนในประเทศไทย ดร. นิเวศน์ อาจใช้ชื่อบุคคลเพื่อลงทุนเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ในสัมภาษณ์ผ่านรายการ Money Chat ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ดร. นิเวศน์ได้ระบุว่าเตรียมลดสัดส่วนการถือหุ้นในตลาดหุ้นไทยและเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งหวังให้พอร์ตมีการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเทียบกับเดิมที่พอร์ตภาพันธุ์มีสัดส่วนหุ้นไทยประมาณ 60-70% และหุ้นเวียดนามประมาณ 30% รวมถึงการลงทุนในเงินสดประมาณ 5-6% ของพอร์ตทั้งหมด การปรับเปลี่ยนนี้อาจเป็นการสื่อสารถึงการมีแผนการลงทุนในอนาคตที่มุ่งหวังทำให้พอร์ตมีผลตอบแทนที่ดีและคงทน

ดร. นิเวศน์กำลังปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนอย่างสำคัญ โดยแบ่งพอร์ตออกเป็น 3 ส่วนเพื่อให้มีมูลค่าใกล้เคียงกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • หุ้นเวียดนาม (เสมือนกองหน้า): การลงทุนในหุ้นเวียดนามจะเป็นการลงทุนผ่านบริษัทตีแตก จำกัด โดยเน้นการลงทุนในหุ้น Super Stock ประมาณ 30 กว่าตัว ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่มีโอกาสในการทำกำไรที่สูงก็ได้ เป็นส่วนที่มุ่งหวังทำกำไรให้สูงสุดและเป็นที่นิยมในการลงทุนหุ้น
  • กองทุนหุ้นต่างประเทศ/DR (เสมือนกองกลาง): การลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศหรือหุ้นดิริเวียท์ (DR) เป็นส่วนที่เน้นการลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นแบรนด์ระดับโลกและมีธุรกิจแข็งแกร่ง เช่น Apple และบริษัทจีน การลงทุนในส่วนนี้เน้นความเสี่ยงที่น้อยกว่าส่วนอื่นๆ แต่ยังคงมีโอกาสทำกำไรที่น่าสนใจ
  • หุ้นไทย (เสมือนกองหลัง): การลงทุนในหุ้นไทยเป็นการลงทุนที่มั่นคงและปลอดภัย เน้นกินปันผลและไม่ต้องเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในส่วนนี้มุ่งหวังให้มีรายได้ประจำและคงทนในระยะยาว