Home » ปัจจัยที่ทำให้ GDP ของไทยลดลงในปี 2567
ปัจจัยที่ทำให้ GDP ของไทยลดลงในปี 2567

ดร. อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 ซึ่งมีการลดลงลงเหลือเพียง 2.3% จากเดิมที่มองไว้ที่ 3.1% โดยภาพรวมนี้สะท้อนถึงภาวะที่ยากลำบากของเศรษฐกิจในประเทศ

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการปรับลงของ GDP ได้แก่

  • การบริโภคคนไทยที่ซบเซา: สภาวะการบริโภคที่น้อยลงของประชากรไทยส่งผลต่อกำไรของธุรกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งหลาย อาจเกิดจากสภาวะการจัดการเงินที่ไม่เหมาะสมหรือการทำงานที่ไม่มั่นคงของตลาดแรงงาน
  • การลงทุนภาครัฐที่ทรุดตัว: การลดลงของการลงทุนภาครัฐส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจ อาจเกิดจากสภาพการเงินของรัฐบาลที่ไม่แข็งแรงหรือนโยบายที่ไม่ชัดเจน
  • การส่งออกฟื้นตัวช้า: สภาพการเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่คืบหน้าอาจส่งผลต่อการส่งออกของไทยอย่างชัดเจน การเติบโตอย่างช้าหรือการปรับเปลี่ยนในการค้าสัมพันธ์ระหว่างประเทศส่งผลต่อกำไรของธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมส่งออกของประเทศ

ดังนั้น การปรับลงของคาดการณ์ GDP นี้สะท้อนถึงความยากลำบากของสภาพเศรษฐกิจในปีนี้ และธนาคารจะต้องดำเนินการในสิ่งที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงสภาพการเงินและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

ผ่านการวางแผนกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและการใช้นโยบายที่เหมาะสมในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในขณะที่สภาวะระบบสายตามที่เกิดขึ้นในตลาดโลกและภายในประเทศ

ในครึ่งแรกของปี 2567 เริ่มมีสัญญาณอ่อนตัวของการใช้จ่ายของครัวเรือน เฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของ GDP สาเหตุหลักมาจากรายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้า การท่องเที่ยวที่เริ่มมีการกลับมาสามารถสนับสนุนการใช้จ่ายได้บ้าง แต่มีผลกระจุกตัวเฉพาะบางที่และบางธุรกิจเท่านั้น

ภาคการเกษตรก็มีความอ่อนแอจากการชะลอในการจ้างงานในภาคการผลิต มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาลอาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในบริการและสินค้าชั่วคราว แต่น่าจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่อ่อนแอที่เกิดขึ้นได้เต็มที่

ดังนั้น สภาพเศรษฐกิจในครึ่งแรกของปี 2567 ยังคงมีความชะงักและความอ่อนแอในการใช้จ่ายของครัวเรือนซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ GDP

โดยสามารถเห็นได้จากการลดลงของการบริโภคในกลุ่มสินค้าประจำวัน และความอ่อนแอในภาคการเกษตรที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจช่วยเพิ่มเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ยังต้องเสริมสร้างแผนการที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว