Home » วิกฤตราคาพลังงานในยุโรป ส่งผลต่อพอร์ตของคุณอย่างไร?

การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานที่เกิดขึ้นในยุโรปส่งผลกระทบทางตรงต่อค่าครองชีพและเงินเฟ้อในภูมิภาคนี้ ราคามาตรฐานของก๊าซได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 4 เท่าจากปีที่ผ่านมาและถ่านหินเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีที่แล้ว ผลกระทบนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2024 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนในยุโรปอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 500 ยูโร ซึ่งเทียบเท่ากับ 3 เท่าของค่าใช้จ่ายในปี 2021 Goldman Sachs ยังคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอาจจะมีสัดส่วนสูงกว่า 20% ของรายได้ครัวเรือนในปีหน้า

เพื่อลดผลกระทบต่อประชากร รัฐบาลในยุโรปได้นำเสนอมาตรการช่วยเหลือมูลค่ารวมกว่า 3.75 แสนล้านยูโร แต่ในฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา มีความกังวลว่ามาตรการช่วยเหลือที่เตรียมไว้อาจจะไม่เพียงพอ ความกังวลนี้มีกำลังมาจากปริมาณการใช้ก๊าซที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนแต่ละครัวเรือนที่มีน้ำหนักมากดังนั้น คำถามที่มีความสำคัญคือสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานนี้และวิธีที่มันจะส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของคุณ

การคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการขาดแคลนพลังงาน คือ สาเหตุสำคัญที่ผลักให้ราคาพลังงานเข้าสู่ขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2021

ในปี 2021 ยุโรปเผชิญกับวิกฤตทางพลังงานที่ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปมีการปรับสูงขึ้น ทำให้เกิดสถิติใหม่ สาเหตุหลักมี 2 ปัจจัย คือ สภาพอากาศที่หนาวมากกว่าที่คาดการณ์ในต้นปี ทำให้การใช้ก๊าซสำรองเพื่อผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ความต้องการของพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การปรับสูงขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยส่งผลต่อค่าครองชีพและเงินเฟ้อ การเผชิญกับวิกฤตนี้ รัฐบาลในยุโรปต้องคิดถึงมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อประชากร รวมถึงการพิจารณาแหล่งพลังงานทดแทนและมาตรการลดการใช้พลังงาน ทั้งนี้ความเข้มงวดและความรวดเร็วในการดำเนินการขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ

เศรษฐกิจยุโรปจะเป็นอย่างไรต่อไป

สถานการณ์ด้านพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทำให้โอกาสที่ยุโรปจะเข้าสู่ Recession เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี การพิจารณาถึงความเข้มงวดในการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายและสถานการณ์ด้านพลังงานที่วุ่นวาย ทำให้ผู้เศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าโอกาสที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรปจะเข้าสู่ Recession ในช่วง 12 เดือนข้างหน้ามีมูลค่าถึง 72.5%

ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากการพุ่งสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อและสถานการณ์ด้านพลังงานที่ซับซ้อนนี้ ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงเพื่อรักษาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การดำเนินการที่มีการรุนแรงอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อและรักษาความเสถียรทางเศรษฐกิจ