Home » เงินเฟ้อสูง-สงคราม เราต้องดูแลเงินแบบไหน?

ช่วงสองปีที่ผ่านมา โลกทั้งหลายได้เผชิญกับความท้าทายที่มีมาตรการป้องกันโรค Covid-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกประสบปัญหาและการเงินเฟ้อที่มีความผันผวนมากมาย ผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงปัญหา Supply chain disruptions ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่ระยะเวลาที่ผันผวน

ในช่วงระยะแรกของปี 2022 ตลาดหุ้นได้รับกระแสข่าวสารที่ส่งผลให้เกิดความเป็นผันผวนมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงต่ำที่สุดในไตรมาสแรก การเป็นสงครามที่ไม่แน่นอนและปัญหา Supply chain disruptions ได้เสนอผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ในขณะเดียวกัน การเติบโตของราคาสินค้าเพิ่มขึ้น, ทั้งน้ำมัน, อาหาร, และไฟฟ้า, ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในทุกด้านเพิ่มสูงขึ้น สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และปัญหา Supply chain disruptions ได้ส่งผลต่อการผลิตและคลังสินค้าทั่วโลก

การพุ่งสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในระดับสูงทั่วโลกมีผลต่อกลุ่มประเทศทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อถึงระดับ 5% ต่อปีในบางกลุ่มประเทศต้องเผชิญกับท้าทายในการควบคุมเงินเฟ้อและการบริหารจัดการเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนและความผันผวนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นคำถามสำคัญที่ต้องตอบในช่วงเวลาที่จะมา

วางแผนการเงินเพื่ออนาคต ต้องโฟกัสระยะยาว

ในระยะยาว การลงทุนในตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเสมอ หลังจากที่ผ่านมาโลกได้เผชิญกับความท้าทายหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2022 ที่มีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้น แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างความไม่แน่นอนและความผันผวนตลาดหุ้นทั่วโลกก็ยังสามารถฟื้นตัวมาจากจุดต่ำที่เกิดขึ้น

การลงทุนในตลาดหุ้นมีประโยชน์ต่อผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ และมียากที่จะทำนายการเคลื่อนไหวของตลาดในระยะสั้น การสร้างพอร์ตโดยคำนึงถึงการกระจายความเสี่ยงและการลงทุนในบทบาททางการเงินที่เหมาะสม อาจเป็นวิธีที่ดีเพื่อดูแลและสร้างมูลค่าในระยะยาว

การติดตามข้อมูลทางการเงิน ศัพท์ธุรกิจ และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อตลาดสำคัญเป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจลงทุน การรักษาการดูแลรักษาพอร์ตอย่างสม่ำเสมอและหยิบยื่นกับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดเป็นกลยุทธ์ที่ดี

ประเมินความเสี่ยงที่เรายอมรับได้อีกครั้ง

ความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องพิจารณาในการวางแผนการลงทุนของคุณ การรับความเสี่ยงมีความแตกต่างระหว่างบุคคล และมีผลต่อการตัดสินใจทางการลงทุนของคุณ ความสามารถในการรับความเสี่ยงมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ เช่น ระยะเวลาการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน และสภาพการเงินการที่จะปรับตัวเองกับความเสี่ยง คุณควรพิจารณาแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และระยะเวลาการลงทุนของคุณ นอกจากนี้ การคำนึงถึงการดูแลรักษาการควบคุมของคุณต่อความเสี่ยงในทุกขณะย่อมมีบทบาทสำคัญ

อีกสิ่งที่สำคัญคือการดูแลรักษาพอร์ตการลงทุนของคุณให้เป็นไปตามการรับความเสี่ยงที่คุณสามารถยอมรับได้ การตรวจสอบพอร์ตและทำการปรับเปลี่ยนเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์หรือวัตถุประสงค์การลงทุนของคุณก็เป็นสิ่งที่สำคัญ การลงทุนต้องเป็นกระบวนการที่มีการตรวจสอบและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราสามารถเผชิญกับความผันผวนในตลาดได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ