Home » 47.37 จุดดาวโจนส์ปิดบวกเงินเฟ้อสหรัฐฯ-บอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพฤหัสบดีโดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 47.37 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดค ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ รายงานข้อมูลเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับบรรดานักลงทุน และหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 47.37 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 38,996.39 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 26.51 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 5,096.27 ขณะที่ดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 144.18 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 16,091.92 จุด

โดยทั้งดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดค ต่างปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ในรอบเดือนก.พ. ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 2.22% ดัชนี S&P ปิดเพิ่มขึ้น 5.17% และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 6.12% ซึ่งเป็นการปิดในแดนบวกเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน

ดัชนีแนสแดค ซึ่งปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ต่ำกว่าคาดการณ์

ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดให้ความสำคัญ โดยข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อปีน้อยที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ทำให้มีความเป็นไปได้ที่เฟด จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.

โดยดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนม.ค. หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค. ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.006% อยู่ที่ 4.268% จากระดับ 4.274% ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ลดลง 0.22% อยู่ที่ 4.3884% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ทรงตัวที่ระดับ 4.6477%