Home » ดอลล์อ่อนเล็กน้อย จับตาสหรัฐเผยข้อมูลเงินเฟ้อ
ดอลล์อ่อนเล็กน้อย จับตาสหรัฐเผยข้อมูลเงินเฟ้อ

ปัญหาเงินเฟ้อเกิดขึ้นเมื่อมีการลดค่าซื้อของเงินเชื่อขึ้นหรือมีการเพิ่มจำนวนเงินที่พิมพ์ออกมาเป็นเงินสดโดยที่ไม่มีการสนับสนุนด้วยการเพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจที่เพียงพอ

ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการละเมิดของการดูแลรักษาเงินตราของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและราคาของสินค้าและบริการในตลาด

ปัญหาเงินเฟ้อมักจะทำให้เงินตราสูงขึ้นหรือมีความพองขึ้น เมื่อเงินมีค่าน้อยลง คนมักจะเริ่มมีการซื้อสินค้าและบริการมากขึ้นเนื่องจากความรับผิดชอบในการเก็บเงินลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มความตึงเครียดในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ มักจะต้องใช้มาตรการทางการเงินและการเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เพื่อกระตุ้นการออมเงิน หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเพื่อควบคุมการผลิตและการใช้จ่าย

เพื่อลดการเพิ่มมูลค่าของเงินในระบบการเงิน นอกจากนี้ยังมีการใช้มาตรการอื่น ๆ เช่น การเพิ่มความโปร่งใสในการเงินและการเศรษฐกิจ เพื่อลดการควบคุมที่ไม่เหมาะสมของเงินตราและการเงินในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อมักจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการดำเนินการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละประเทศและสภาพอากาศเศรษฐกิจโดยรอบ

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อดูทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ 

ณ เวลา 19.02 น. ตามเวลาของประเทศไทย ยูโรแข็งค่า 0.30% เทียบกับดอลลาร์ แตะระดับ 1.0855 ดอลลาร์ ส่วนเงินเยนนั้นแข็งค่าถึง 0.07% หากเทียบกับดอลลาร์ แตะระดับถึง 150.62 เยน

สหรัฐมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ม.ค. ในวันพฤหัสบดี (29 ก.พ.) ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้สัญญาณเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายของเฟด

นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในเดือนมี.ค.

โดยนายพาวเวลเตรียมแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 6 มี.ค. ก่อนที่จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันที่ 7 มี.ค.

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล ซึ่งจะมีขึ้นก่อนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 19-20 มี.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาด

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทใหญ่หลายแห่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) บริษัทซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์ของสหรัฐ ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพุธ (28 ก.พ.)