Home » เจาะลึกดอกเบี้ยเขย่าแบงก์ชาติ สั่นคลอนเลยทีเดียว
เจาะลึกดอกเบี้ยเขย่าแบงก์ชาติ สั่นคลอนเลยทีเดียว

ดอกเบี้ยเขย่า หรือ ดอกเบี้ยเขย่าแบงก์ชาติ เป็นคำที่อาจนำมาใช้ในบางที่เพื่ออธิบายเป้าหมายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารหรือหน่วยงานการเงินหลักของประเทศ อัตราดอกเบี้ยนั้นสามารถมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และก็อาจมีผลต่อตลาดการเงินและธุรกิจต่าง ๆ ด้วย

การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารหรือรัฐบาลมักจะทำขึ้นเพื่อการควบคุมการเงินในระบบเศรษฐกิจ และเพื่อการบังคับการลงทุนหรือการบริโภคในทางที่ต้องการ

การปรับอัตราดอกเบี้ยสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์การเงินมีความนิยมเปลี่ยนไป การลดดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ในขณะที่การเพิ่มดอกเบี้ยมักจะลดการลงทุนและการบริโภค

นี่เป็นครั้งแรกที่อาณาจักรเรียกตัวเองว่า องค์กรอิสระ ที่ครอบไว้ด้วยรั้วทองแดงกำแพงเหล็ก อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่า แบงก์ชาติ ถูกสั่นคลอนด้วยคำถามที่มีเนื้อหาง่ายๆ

จากนักคิดนักเขียน และนักหนังสือพิมพ์สามัญชนธรรมดาอย่าง สรกล อดุลยานนท์ “หนุ่มเมืองจันท์” ที่มองเข้าไปด้วย ความฉงนสนเท่ห์ว่า เหตุใดแบงก์ชาติจึงปล่อยให้แบงก์พาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2566 สูงถึง 220,000 ล้านบาทเลย หรือเข้าใจง่ายๆตามสามัญชนว่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 20%

ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศไทยพึ่งจะเติบโตเพียง 2.4% ของ GDP และคนไทยอยู่ในสภาวะที่ลำบากยากจนจากผลของมาตรการปิดประเทศ เพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดการปิดกิจการ เลิกจ้าง

ผู้คนตกงานเป็นจำนวนมากหลายล้านคน ต้องเดินทางกลับถิ่นฐานภูมิลำเนา จำนวนไม่น้อย และต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเก่าแทบไม่ทำอะไรเลยเพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้น

ตลอดช่วง 2 ปีหลังการจากไปของโควิด-19 แบงก์ชาติทำสถิติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไป 8 ครั้ง จากอัตราต่ำสุดที่แช่เอาไว้นานเกินไปที่ระดับ 0.50% สู่ระดับ 2.50% ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลเพื่อควบคุมเงินเฟ้อและป้องกันการไหลออกของเงิน

เหตุผลครั้งหลังสุดเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2566 ซึ่งแบงก์ชาติประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ก็เพราะอ้างว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.8% ใกล้จะชนอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ระดับ 1-3% แล้ว

แต่เมื่อหลายฝ่ายเข้าไปดูอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง ตัวเลขที่ปรากฏกลับอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% และผลสุดท้ายเมื่อปิดบัญชีปี 2566 กระทรวงพาณิชย์ก็แถลงตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ธ.ค.66 ว่า อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.83% เท่านั้น