Home » ปรับสินเชื่อรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 20% เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่
ปรับสินเชื่อรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 20% เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่

นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ นายก สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ (VTLA) เกี่ยวกับสถานการณ์ของสินเชื่อทะเบียนรถในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ที่ขยายตัวขึ้นถึง 40.2%

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการสินเชื่อนี้จากครัวเรือน ทำให้สภาพคล่องของครัวเรือนมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสินเชื่อทะเบียนรถมีความอนุมัติง่ายและเร็ว

อย่างไรก็ตาม การสำรวจข้อมูลธุรกิจของสมาชิกสมาคมฯ ที่ประกอบด้วยผู้ประกอบการชั้นนำและบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 15 ราย พบว่า ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถรวมกันมากกว่า 50% และมียอดหนี้คงค้างเติบโตเฉลี่ยไม่เกิน 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปได้ว่าอาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด เนื่องจากจำกัดของการสำรวจและการเข้าถึงข้อมูล แต่ส่งผลให้เห็นถึงภาพรวมที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะของธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว และเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์แนวโน้มและการบริหารความเสี่ยงของภาคเอกชนในอนาคต

อัตราการขยายตัวขึ้นที่มากถึง 40.2% ตามที่ระบุในข่าวนั้น อาจมีมาจากการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถรายใหม่ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้ตัวเลขของสินเชื่อจะดูเหมือนว่าขยายตัวขึ้น แต่ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจที่มีความสูงขึ้นเช่นกัน

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นมากกว่า 50% รวมถึงต้นทุนด้านเครดิต (Credit Costs) มีผลทำให้อัตราการทำกำไรต่อสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าการขยายตัวนั้นอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการดำเนินธุรกิจในอนาคต

นายสุธัช ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ (VTLA) ได้ระบุว่า สินเชื่อจำนำทะเบียนรถมีบทบาทสำคัญเป็นทางเลือกสุดท้ายของประชาชนก่อนที่จะต้องมุ่งหันไปยืมเงินนอกระบบ

แม้ว่า VTLA มีความเข้าใจในปัญหาของหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ แต่พวกเขาเชื่อว่าการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวควรเน้นที่การสร้างวินัยทางการเงินให้ประชาชนลดการใช้สินเชื่ออุปโภคบริโภค ที่ทำให้ผู้คนซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นอย่างฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้ นายสุธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน เงินทุน หรือการสร้างงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม

ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชน ลดการก่อหนี้และส่งเสริมชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทั้งหลาย นายสุธัช ย้ำว่า การจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอาจสร้างปัญหาให้ประชาชนต้องเป็นหนี้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบไปยังทุกคนในสังคม