Home » 5 กลุ่มภาคสาธารณะและเทคโนโลยีสุดล้ำ

สภาวะโลกร้อน ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนของมนุษยชาติที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ระยะนี้เราจึงเห็นไอเดียและโซลูชันใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งสอดคล้องไปกับการประชุมระดับโลก COP 26 ที่เมืองกลาสโกว์ครั้งล่าสุดที่ออกมาย้ำว่า ทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาลและเอกชนทั่วโลกควรมีส่วนร่วมในการช่วยอัดฉีดเม็ดเงินหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ​ออกมาใช้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ตามบทบาทของตนเอง และบริษัทต่างๆ ต้องหันมาลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนและทรัพยากรหมุนเวียนให้มากขึ้น

แม้สภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข แต่ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสในการลงทุนสำหรับกลุ่มนักลงทุนระยะยาว เพราะหลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งนำวิธีการแก้ปัญหาโลกร้อนมาใช้ควบคู่กับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจเช่นกัน

ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะในปัจจุบันเราสามารถวัดผลการดำเนินงานและผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น เท่ากับว่าเราได้ลงทุนในสิ่งที่จะช่วยให้โลกยั่งยืนและยังเป็นการสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคตอีกด้วย

Thematic Portfolio ธีม Environment and Cleantech ที่ลงทุนใน 5 กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 5 กลุ่มนี้จะสร้างอนาคตที่สะอาดยิ่งขึ้น และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้การลงทุนของคุณ ได้แก่

  • พลังงานสะอาด (Clean energy)
  • เทคโนโลยีการจัดการน้ำ (Clean water)
  • ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage) และ Smart Grid
  • การเงินสีเขียว (Green financing)
  • เทคโนโลยีบำบัดขยะ (Waste management)

ทำไมเราถึงเชื่อว่าธีมนี้จะเติบโต มาหาคำตอบกันผ่านบทความนี้

พลังงานสะอาด หัวใจการบรรลุเป้าหมาย Net Zero

หนึ่งในแรงผลักดันให้เทคโนโลยี Clean Energy หรือพลังงานสะอาดได้รับความสนใจในการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะการใช้แหล่งพลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้จะสามารถประหยัดเงินได้มหาศาล

ยกตัวอย่าง เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ที่นำมาพัฒนาต่อได้หลายด้าน เช่น การสร้าง light-emitting diodes หรือหลอดไฟ LEDs ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานได้ 75% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเดิมจึงเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลาย โดยมีการประมาณการว่าในปี 2035 LEDs จะช่วยประหยัดพลังงานในสหรัฐได้สูงถึงปีละ 569 เทราวัตต์ชั่วโมง

เทคโนโลยีเพื่อน้ำสะอาด ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำทั่วโลก

การขาดแคลนน้ำเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากสภาวะโลกร้อน UNESCO หรือองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประมาณการไว้ว่า มีคนมากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ Water Stress หรือความต้องการน้ำมีมากกว่าปริมาณน้ำที่มี ขณะที่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและรายได้น้อยยังมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ระบบกักเก็บพลังงาน และ Smart Grid ตัวช่วยการใช้พลังงานโลกให้คุ้มค่า

ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ผู้คนนับล้านต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิด หลังจากระบบไฟฟ้าดับทั่วทั้งเมือง สาเหตุเพราะเกิดพายุฤดูหนาวที่ไม่มีใครคาดคิด ขณะที่ฝั่งเมลเบิร์น เมืองใหญ่ของออสเตรเลียก็เคยเจอปัญหาเดียวกัน โดยกว่า 5 แสนครัวเรือนต้องใช้ชีวิตแบบไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังจากเจอพายุลมรุนแรงพัดถล่มเมือง

ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในปี 2021 จากกรณีที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้เกิดไฟฟ้าดับในวงกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Grid หรือโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมที่ไม่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้เพียงพอกับภัยพิบัติที่เกิดบ่อยครั้งขึ้น จึงรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ยากขึ้นตามไปด้วย

เทคโนโลยีบำบัดขยะ ทางด่วนแก้ภาวะโลกร้อน 

เมื่อปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบมีมากขึ้น ปริมาณก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศของเราก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดสภาวะโลกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสะท้อนว่ามนุษย์เราสร้างของเสียได้เร็วกว่าการฟื้นฟู โดย World Bank คาดการณ์ไว้ว่า ปี 2030 โลกจะมีปริมาณขยะถึงปีละ 2,590 ล้านตัน และในปี 2050 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3,400 ล้านตัน

แต่เรายังมีข่าวดีคือ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ต่างกระตือรือร้นที่จะต่อสู้กับสถานการณ์นี้มากขึ้น ทั้งสหภาพยุโรปและจีนได้ประกาศเป้าหมายอย่างชัดเจนในปี 2021 ว่าจะสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและยั่งยืน¹’² นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่าง การบำบัดและกำจัดของเสีย การรีไซเคิล การนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากขยะ (Waste-to-energy technologies) การควบคุมมลพิษ และ โซลูชันเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน

เมื่อ Green Financing กำลังขยายไปทั่วโลก

การสร้างโลกที่ยั่งยืนจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยเหตุนี้บริษัทจำนวนมากเริ่มหันมาใช้ ‘การเงินสีเขียว’ ​(Green financing) หรือการระดมเงินทุนเพื่อโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในนั้นคือ Green Bond หรือ ตราสารหนี้สีเขียว ที่ผู้ออกตราสารจะกำหนดเงื่อนไขว่า จะใช้เงินที่ระดมทุนเพื่อโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเงินกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked loans) ที่ผู้กู้จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำหากทำตามแผนสร้างความยั่งยืนที่วางไว้ได้