Home » ญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงขึ้นค่าจ้าง 5.28% ปีนี้ สูงสุดในรอบ 33 ปี

Stack of coins money with Japan flag, finance banking concept.

บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งของญี่ปุ่นเห็บชอบปรับขึ้นค่าจ้าง 5.28% สำหรับปีนี้ สูงสุดในรอบ 33 ปี ภายหลังการประชุมของกลุ่มสมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Rengo หนุนความหวังที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ดำเนินมายาวนานหลายปี

การปรับขึ้นค่าจ้างดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังพิจารณายุติการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ดำเนินมายาวนาน 8 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของ BOJ ต่างย้ำกรอบเวลาในการเปลี่ยนแปลงนโยบายว่าจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี โดยผู้กำหนดนโยบายหวังว่า การปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราที่สูงจะช่วยเพิ่มกำลังการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้นให้กับระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

ข้อมูลของ Rengo ระบุว่า พนักงานในบริษัทใหญ่ ๆ ได้เรียกร้องให้เพิ่มค่าจ้าง 5.85% ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

กลุ่มสหภาพแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนของแรงงานราว 7 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่ ตั้งตารอการปรับขึ้นค่าจ้างพื้นฐานที่สูงกว่าระดับ 3% เนื่องจากค่าจ้างส่วนนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดเส้นค่าจ้างเงินเดือน (Wage Curve) ซึ่งเป็นพื้นฐานของโบนัส เงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง และเงินบำนาญ

โดยนักวิเคราะห์คาดว่า จะมีการขึ้นค่าจ้างมากกว่า 4% หลังปรับขึ้น 3.6% ในปีที่แล้ว ซึ่งสูงที่สุดในรอบสามทศวรรษ

โทโมโกะ โยชิโนะ (Tomoko Yoshino) ประธานสหภาพแรงงาน Rengo กล่าวในช่วงแถลงข่าวว่า ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อ และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นค่าจ้าง โดยในส่วนของแรงงานพาร์ทไทม์ คาดว่าจะมีการขึ้นค่าจ้าง 6% ในปีงบประมาณนี้