Home » เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าหนัก รับเหตุแผ่นดินไหว

ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์และพันธมิตร ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Mitsubishi UFJ Financial Group) หรือ MUFG  เรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในเดือนม.ค.นี้ และมีความคิดเห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น ควรตัดสินใจยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบทันที

โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากธนาคารกลางญี่ปุ่น ต้องประเมินผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวใด ๆ อย่างเร็วที่สุดของธนาคารกลางญี่ปุ่น อาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงเดือนเม.ย.นี้

ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเป็น 143.39 ต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (4 ม.ค.) จากระดับ 141.04 ต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นได้รับการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าจะแข็งค่าขึ้นในปีนี้ จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน การปรับนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultra-easy Monetary) มาสู่นโยบายแบบปกติ จะลดช่องว่างอัตราผลตอบแทนระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

Daisuke Karakama หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของ Mizuho Bank Ltd. กล่าวว่า “แม้จะมีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากที่คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น จะสิ้นสุดอัตราดอกเบี้ยติดลบในเดือนม.ค. แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น จะไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ในเดือนนี้อย่างแน่นอน พร้อมกล่าวเสริมว่า หากธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่ยกเลิกนโยบายดอกเบี้ยติดลบในเดือนม.ค.นี้ จะส่งผลให้การสิ้นสุดปีงบประมาณในครึ่งแรกของปี 2567 กลายเป็นสิ่งที่น่าเคลือบแคลงใจ”

ด้าน Mari Iwashita หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ไดวะ ได้ยกเลิกการคาดการณ์ในการยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบในเดือนม.ค. หลังจากที่นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า “การเคลื่อนไหวในเดือนม.ค.ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นได้” ขณะเดียวกัน Mari Iwashita  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวมีแนวโน้มที่จะกดดันกิจกรรมการผลิต ในขณะที่รัฐบาลอาจต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับมาตรการฟื้นฟูจากความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมคาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะสิ้นสุดนโยบายดอกเบี้ยติดลบในเดือนเม.ย.

นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น  กล่าวสุนทรพจน์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น จะเตรียมการอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนระบบการเงินหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว และคาดหวังว่าค่าจ้างและอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอย่างสมดุลในปีนี้

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินสกุลเยน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนมี.ค. 2554 ซึ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิรุนแรง ทำให้เกิดการแทรกแซงเพื่อขายเงินสกุลเยนโดยญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อหยุดยั้งการแข็งค่าของเงินเยน อันเนื่องมาจากบรรดาบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ต่างส่งสินทรัพย์ที่ถือครองในต่างประเทศกลับประเทศ ก่อนที่ในเวลาต่อมาสกุลเงินเยน จะแตะในระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 75.35 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนต.ค. ปี 2554